Subscribe:

Labels

A-B

  1. 1000 Times
  2. 400 Lux
  3. A Groovy Kind Of Love
  4. A Song For Mama
  5. A World Alone
  6. Adore You
  7. All About That Bass
  8. All I Want For Christmas Is You
  9. All Me
  10. All Of Me
  11. All You Had To Do Was Stay
  12. Always
  13. Always In My Head
  14. American Kids
  15. American Skin 41 Shots
  16. Anaconda
  17. Anagram
  18. And I Love You So
  19. Annie's Song
  20. Any Way You Want It
  21. Apartment
  22. Applause
  23. Artpop
  24. As I Was Saying
  25. Ask The Lonely
  26. Au Revoir
  27. Auld Lang Syne
  28. Automatic



  1. Babel
  2. Baby
  3. Baby Can I Hold You
  4. Baby It's Cold Outside
  5. Back On The Map
  6. Back to You
  7. Bad Guy
  8. Beat It
  9. Beauty And A Beat
  10. Believer
  11. Below My Feet
  12. Better Man
  13. Big Girls Don't Cry(Personal)
  14. Birthday
  15. Birthday Cake
  16. Black Or White
  17. Bleeding Out
  18. Blow
  19. Blowin' Smoke
  20. Blue
  21. Blurred Lines
  22. Bodak Yellow
  23. Born To Die
  24. Boyfriend
  25. Brand New
  26. Brand New Day
  27. Brave
  28. Broken Crown
  29. Burn
  30. Burning Bridges
  31. Buzz Cut Season
  32. Bye Bye Baby (Baby Goodbye)
เพลงสากลหรือที่เราเรียกเป็นภาษาชาวบ้านๆก็คือเพลงฝรั่งครับ เราหมายถึงเพลงที่เนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ

จริงๆแล้วเพลงต่างประเทศที่โด่งดังนั้นไม่ได้มีเฉพาะเพลงที่เป็นเนื้อเพลงภาษาอังกฤษอย่างเดียวเท่านั้น มีเนื้อเพลงที่เป็นภาษาลาตินและดังไปทั่วโลกก็มี อาทิ เช่น

Hips don't lie (Bamboo version) - Shakira feat. Wyclef Jean

We Are One (Ole Ola) [The Official 2014 FIFA World Cup Song]

เพลงทั้ง 2 นี้เป็นเพลงแต่งช่วงแข่งขันฟุตบอลโลก บางช่วงบางตอนของเนื้อเพลงมีหลายภาษาที่ปะปนกันอยู่ครับ

กลับมาพูดถึงเพลงสากล-เนื้อเพลงภาษาอังกฤษกันต่อครับ ถ้าจะพูดถึงประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติหรือใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่(mother language/mother tongue)เห็นจะมีอยู่ประ 5-6 ประเทศด้วยกัน คือ ประเทศอังกฤษ ประเทศอเมริกา ประเทศแคนาดา ประเทศสก็อตแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ และกลุ่มประเทศแถบแคริบเบียน อย่างไรก็ดียังมีอีก 57 ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ เช่น ไนจีเรีย กานา ยูกันดา แอฟริกาใต้ อินเดีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ ฟิจิ วานูอาตู เป็นต้น

ประเทศที่คนใช้ภาษาอังกฤษหลักๆอยู่แล้ว ก็จะโชคดีหน่อยที่ฟังเพลงสากล(ฝรั่ง)แล้วก็สามารถที่จะเข้าใจเนื้อหาของเพลงได้เลย ข้อดีของการใช้ภาษาเดียวกันหรือพูดจาภาษาเดียวกันสำหรับการฟังเพลงอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ฟังจะมีอารมณ์ร่วมไปกับบทเพลงหรือว่าเนื้อเพลงได้เป็นอย่างดี ที่เขาว่ากันว่า อะไรน้าาาา อ๋อ...ผมนึกออกแล้วครับ มีอารมณ์สุนทรีย์ไปกับเพลงนั่นเองครับ...นึกซะตั้งนานสิผม...

ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติหรือว่าผู้ไม่รู้ภาษาอังกฤษ เมื่อฟังเพลงสากลแล้ว ก็ต้องอาศัยการแปลครับ ถ้าแปลไม่เป็นก็ต้องยืมมือคนอื่นมาช่วยแปลให้ เมื่อได้เนื้อหาจากการแปลมาแล้ว ก็นำเนื้อเพลงนั้นไปดูคู่กับการฟังจึงจะเกิดความมีอารมณ์ร่วมไปกับบทเพลงนั้นๆได้ครับ

พูดถึงเนื้อเพลงสากลนั้น จะมีเว็บอยู่มากมายที่นำเนื้อเพลงมา update ให้คนที่สนใจได้เข้าไปดู ไปค้นหากัน แต่เว็บที่ต้องทำงานเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง step ก็คือเว็บที่ไม่ได้นำเอาเฉพาะเนื้อเพลงมาลงในเว็บเพียงเท่านั้น แต่ยังจะต้องกลั่นกรองเนื้อเพลงนั้นๆแปลมาเป็นภาษาอีกภาษาหนึ่ง ซึ่งนี่แหละครับคือความยาก

การแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยนั้นจะมีความยากง่ายแตกต่างกันไปอีกครับ การแปลคำพูดคำสนทนา อันนี้ค่อนข้างจะง่ายครับ ถ้าไม่มีคำ slang มากจนเกินไป 

การแปลข่าวล่ะครับ ท่านว่าง่ายหรือว่ายากครับ สำหรับมุมมองของผมแล้ว ผมมองว่าไม่ง่ายครับ บางครั้งเอากับข่าวของภาษาไทยเรานี่ก็เถ่อะ ถ้าเราไม่คุ้นชินกับมัน รับรอบงงเป็นไก่ตาแตกได้เหมือนกันครับ ยกตัวอย่างข่าวภาษาไทยเอามาให้ดูกันซักหน่อย อืมมม นึกไม่ออก บอกไม่ถูก ขอต๊ะไว้ก่อนครับ...

การ์ตูนฝรั่งก็น่าจะขำเหมือนการ์ตูนขำๆบ้านเราใช่ป่ะ แต่พอเอาเข้าจริง ผมกลายเป็นขำไม่ออกเอาซะเลยก็มีเยอะเยะหลายครั้งหลายหนที่ไม่ได้สัปดนไปค้นการ์ตูนภาษาอังกฤษเอามา พลางเอามือรูปปากแล้วบอกว่า..."หวานตูละ" แ ต...แต่ที่ไหนได้ เม่งโคตรมึนตึบเลย แทนที่จะฮาตรึมเหมือนกับที่นึกไว้ กลับกลายเป็นหงายเงิบเอาซะงั้น!!! ไปว่าเขามันก็ไม่ถูก ก็เรามัน fool เองนี่นา ภาษาของเขามันก็เป็นปกติของอยู่แล้ว แล้วจะไปร้องแง้วๆว่า "แม่งโคตรยากส์..." จะได้จั๋งไดเด่ อย่างนี้ต้องโทษตัวเองว่า ก็กูไม่ฉลาดเอง อิอิ จะได้จบ

มาพูดถึงเพลงกันบ้าง เพลงภาษาอังกฤษนี่ก็ไม่ใช่เล่นนะครับ มันไม่ของง่ายเลยนะครับ คิดไปคิดมาแล้วแหม๋...มันน่าเสียดาย! ทำไมเราไม่ไปเกิดในท้องของอีฟแล้วมีพ่อชื่ออดัมก็ไม่รู้เฮะ...ไม่งั้นแล้ว ป่านนี้ชีวิตคงดี๊ดีกว่านี้เป็นแน่แท้!!! บ้าแดดครับบ้าแดด ช่วงนี้อากาศร้อน double ร้อน ร้อนแบบ double standard อีกด้วย ตอนกลางวันงี๊ แดดเปรี๊ยงเลย แต่พอตกดึกหน่อย หนาวซะไม่มี หาผ้าห่มแทบไม่ทัน พับผ่าเถอะเมืองไทย(อันนี้บ่นครับ) 

แต่คิดไปคิดมา เกิดมาอย่างที่เราเป็นอยู่นี่แหละมันดีอยู่แล้ว เขาว่าภาไทยยากยิ่งกว่าภาษาอังกฤษอีกนะจะบอกให้! เอาง่ายๆ ภาษาไทยมีพยัญชนะ 44 ตัวในขณะที่ภาษาอังกฤษมีแค่ 26 ตัว เออ! เอาดิ...จำแค่ 26 ตัวน้อยกว่าจำภาษาไทยตั้งเท่าไหร่หว่า? เอา 44 - 26 ก็จะได้ 18 โอ้โฮ...แค่พยัญชนะเนี่ยนะ ภาษาไทยก็มากกว่าเขาไปตั้ง 26 ตัว แล้วสระอีกละ ภาษาไทยเรามี 21 รูป ภาษาอังกฤษมี 6 ตัว A E I O U จู้ฮุกกรู้...เอ้า...จู้ฮุกกรู...

ดีแล้วที่พูดภาษาไทยเป็นตั้งแต่เด็ก เรียนภาษาตั้งแต่ชั้นประถม ตอนนี้มางมภาษาอังกฤษ คิดๆไป ยังไงๆ ก็ยังง่ายกว่าอยู่ดีที่จะมาเรียนภาษาไทยตอนแก่ แต่เก่งภาษาอังกฤษตั้งแต่เริ่มเกิด!!!

ไม่ได้นึกน้อยใจหรือว่าเสียใจในโชคชะตาที่เกิดมาดันไม่มี skill การใช้ภาษาอังกฤษหรอกนะครับ ดีเสียอีกที่เก่งภาษาที่ยากกว่าเรียบร้อยแล้ว(ภาษาไทย) ก็ค่อยมาเรียนมาศึกษาหาความรู้ภาษาอังกฤษเอาอีตอนนี้ เขาสมองมันแล่นดีนะ เปิดไฟฟ้าที่มี switch คอยเปิดๆปิดๆ ปิดๆเปิดๆ เปิด-ปิด ปิด-เปิด off off on on, on on off off อยู่เรื่อยๆ คุณหมอขายยาข้างบ้านบอกว่า นี่นา!! หมองยูจะไม่ฝ่อง่ายๆนา ยูต้องหาอะไรทำ อย่างเช่นเล่นไพ่นกกระจิบ นกกระจาบอะไรอย่างนี้น่ะ สมองมันได้ exercise รับรองตายช้าแน่นอน...เฮ้อ! ตายช้าแต่ไม่ค่อยมีจะกินนี่มันดีตรงไหน!!!(พูดในใจ: I said to my mind, I can't say it out.)

ผมน่ะเริ่มแล้วนะ แล้วเพื่อนๆล่ะเริ่มกันหรือยัง เริ่มฝึกภาษาอังกฤษน่ะซีครับ แรกเริ่มเลยก็คือ

ฝึกอ่านหนังสือภาษาอังกฤษและหาคำแปลไปด้วยครับ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษนี่ช่วยผมได้เยอะมาก
ผมอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ อ่านแบไม่ค่อยเข้าใจนักหรอกครับตอนแรกๆ แต่ที่อ่านเพราะว่าอยากรู้คำศัพท์ครับ ตรงไหนเรารู้คำศัพท์เราก็อ่านผ่านไป พอติดคำศัพท์ไหนเราก็เปิดพจนานุกรมดูคำแปลครับ แต่ผมไม่ดูอย่างเดียวนะครับ ผมจะจดคำแปลไว้ที่ข้างๆคำศัพท์นั้นๆด้วยครับ เพราะว่ากลัวลืม ทำแบบนี้ทุกวันครับ ว่างเวลาไหนเป็นต้องหยิบหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษมาอ่าน อ่านไม่ออกก็เปิดดิกชันนารี เปิดเสร็จสรรพก็จดคำแปลไว้ด้านข้างบ้าง ด้านบนหรือไม่ก็ด้านล่างของคำศัพท์นั่นแหละครับ

ไม่กี่เดือนต่อมา ผมสังเกตเห็นความเปลี่ยนของหนังสือพิมพ์ที่ผมหยิบมาอ่านนะซีครับ ตอนแรกๆ โห...อ่านไม่ค่อยออกเอาเสียเลย เปิดหาคำศัพท์แล้วก็จดจนหนังสือพิมพ์เต็มไปด้วยหมึกปากกาเป็นพรืดเลยครับ เรียกใครมาเห็นเข้ารับรองมองไม่ออกว่ามันคือหนังสือพิมพ์หรือตัวหนังใครมาเขียนเอาไว้ แต่แผ่นหลังๆและฉบับต่อๆมาน่ะซีครับ คำแปลที่ผมจดมันลดน้อยถอยลงไปทุกทีๆ ไม่ใช่เป็นเพราะผมขี้เกียจเปิดหาคำแปลหรอกนะครับ มันเป็นเพราะว่าผมเริ่มจำคำศัพท์ที่ผมอ่านเจอซ้ำๆได้น่ะซีครับ!!!

ผมทำอย่างนั้นอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งเดือนผ่านไป สามเดือนก็ผ่านไป หกเดือนก็ยังทำอยู่เหมือนเดิม หนึ่งปีเห็นจะได้ ผมเลิกเขียนคำศัพท์ เลิกหาคำแปลครับ เหตุผลก็คือ ณ เวลานั้น ผมอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษได้โดยไม่ต้องพึ่งพจนานุกรมอีกต่อไป...

อาจมีสงสัยว่า เฮ้ย! จริงดิ แม่งทำแค่นี้ก็อ่านหนังสือพิมพ์เมืองนอกที่ไม่ใช่ภาษาบ้านเกิดเมืองนอนได้เลยหรือฟะเนี่ยะ!!!

แล้วผมต้องตอบมั๊ย ผมขอ by แล้วกันครับ แต่ใครยังอยากจะรู้คำตอบอยู่อีกละก็ คงต้องไปหาหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษมา แล้วก็ลองทำอย่างผมดูไปสักเดือนสองเดือนครับ แล้วคำตอบก็จะเริ่มปรากฎเลือนรางเลือนรางให้ท่านได้เห็นด้วยตัวของท่านเองครับ ฟังจากปากคนอื่นมันเชื่อไม่ได้เท่ากับพิสูจน์ด้วยตัวเราเองหรอกนะครับ

พอมาถึงตรงนี้ อ๋อก็ใช่น่ะซี...ไอ้คนทำเว็บนี้มันก็คงจะใช้วิธีอีรอบเดียวกันที่มันทำยังไงเล่า...เพียงแต่แทนที่จะอ่านหนังสือพิมพ์มันก็เอาเนื้อเพลงฝรั่งมาอ่านแทน จากนั้นก็เริ่มแปล แปลแบบถูกบ้างผิดบ้างก็ขอให้ได้แปล ทำไปเรื่อยๆ พอนานๆเข้าเดี๋ยว skill มันก็เกิดขึ้นเอง...

อภิโธ่! ใครกันหนอช่างคิดดังซะไม่มี!!!

ผมคิดแบบไม่ได้แปลกตรงไหนเลย เมื่อก่อนครั้งกระโน้น ใครอยากกินไก่ย่าง kfc ของผู้พันแซนเดอส์(Harland David Sanders) คงจะต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปกินถึงเคนตักกี แต่ทุกวันนี้ไก่ kfc มีอยู่แทบจะทุกมุมตึก

รึว่าอยากจะลองซดวอดก้ากับไข่ปลาคาร์เวีย มันยังจำเป็นอยู่ไหมที่ต้องท่อสังขารไปเพื่อสิ่งนี้ถึงรัสเซียอย่างนั้นหรือ

ลาบล่ะครับ? ถ้าอยากกินลาบต้องไปหากินกันถึงยโสธรมั๊ยครับ แกงไตปลาก็หากินได้ง่ายๆเกือบจะทุกจังหวัด

แต่ใครอยากจะไปจัดที่พัทลุงก็หลบพัทลุงแล คงไม่มีใครเขาว่า...

พูดไปพูดมาเดี๋ยวจะไม่ครบทุกภาค แกงโฮะรำแต๊ๆ เจ๊าคงไม่ต้องเขย่ารถม้าไปกินถึงลำปางหรอกนะครับ เห็นขายจานละ 35 บาทอยู่เต็มไปหมด

การเรียนภาษาอังกฤษในปัจจุบันนี้ มันไม่ได้ยากเย็นแสนเข็ญถึงขนาดต้องเก็บเสื้อผ้าไปร่ำไปเรียนกันถึงอเมริกาหรือว่าอังกฤษหรอกนะครับ ในบ้านเราเมืองเราก็เรียนได้ เรียนฟรียังมีเลยครับ มีอินเตอร์เน็ตซะอย่าง อะไรๆก็ง่ายอยู่เพียงแค่ปลายนิ้ว

ได้ฝึกภาษาอังกฤษแบบไม่ต้องเสียเงินทองอะไรมากมาย ใช้เวลาที่เรามีอ่าน เรียน เขียน พูดอยู่ที่บ้านหรือที่ทำงานวันละนิดวันละหน่อยเดี๋ยวมันก็จะพัฒนาดีขึ้นเรื่อยๆเองครับ

สำหรับใครที่ชอบเพลงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยเฉพาะเพลงสากล แต่ยังแปลภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ วันนี้มีเพื่อนแล้วครับ อย่างน้อยก็คือผมคนหนึ่งล่ะที่ชอบเพลงม๊ากมาก ผมฟังเพลงได้ทุกประเภทครับ เพลงเก่าเพลงใหม่ เพลงไทยเพลงสากล แม้กระทั่งเพลงพื้นบ้านของประเทศอินเดียหรือประเทศกลุ่มอาหรับอะไรซักอย่างนี่แหละ ผมฟังๆดูแล้วมันก็แปลกดีนะ เป็นวัฒนะธรรมที่แต่ละที่มีเป็นอัตลักษ์ของตัวเอง

ส่วนที่ผมเกริ่นว่าเพลงสากลที่ผมชอบผมทำอย่างไรถึงจะเข้าใจความหมายของเพลง ผมได้ทำเว็บนี้ขึ้นมาเพื่อการแปลเพลงสากลและก็แบ่งปัน(Share)ให้กับทุกคนได้อ่านได้ค้นคว้ากันครับ อย่างที่ผมบอกในเบื้องต้นไว้แล้วว่า ภาษาอังกฤษของผมเพียงแค่ไปวัดไปวาได้ตอนเย็นๆครับ ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา 100 % หรอกนะครับ แต่ผมทำในสิ่งที่ผมชอบ ชอบอะไร? ชอบทั้งเพลง ชอบทั้งภาษาอังกฤษ เมื่อความชอบทั้ง 2 อย่างมันมาบรรจบพบกันตรงที่ เว็บ"คนชอบเพลง"ครับ

เพลงสากล มาจากคำว่า "เพลง" บวกกับคำว่า "สากล"

เพลง หมายถึงถ้อยคำที่นักประพันธ์(ผู้แต่ง)เรียงร้อยหรือเรียบเรียงขึ้น ซึ่งประกอบด้วย เนื้อร้อง ทำนอง จังหวะ ทำให้เกิดความไพเราะสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ฟัง

สากล แปลว่า ทั้งหมด ทั่วทั้งหมด ระหว่างประเทศ นานาชาติ

เมื่อนำคำทั้งสองมารวมเข้าด้วยกันจึงกลายเป็นคำว่า เพลงสากล แปลได้ว่า เพลงนานาชาติ แต่ส่วนใหญ่แล้ว คำว่าเพลงสากล เราจะเข้าใจว่าเป็นเพลงที่แต่งด้วยเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษครับ




0 comments:

Post a Comment

Thanks for your comment(s). It will be shown after approval.

Google+ Followers